Product description
นวนิยายแนววิทยาศาสตร์ทางจิต (ปรัชญา)
ที่ได้นำเอาเรื่องของ “จิตวิญญาณ”
มาอธิบายทฤษฏีทาง “จักรวาลวิทยา”
ไว้ได้อย่างเป็นเหตุเป็นผล
.ค่าาาค่าาาค่าาาค่าาาค่าาาค่าาาค่าาาค่าาาค่าาาค่าาาค่าาาค่าาาค่าาาค่าาาค่าาา
หนังสือ "อารียา เมตายา (Areeya Metaya)"
“วัตถุประสงค์หลักของความ”เป็น” อารียา เมตายา
คือการพยายามทำให้ทุกท่านได้ค้นพบ
การเข้าถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในตัวเอง
พึ่งพาตัวเองและสามารถสื่อสารกับจิตภายในได้ด้วยตัวเอง”
นานนับพันๆ ปีมาแล้วที่ศาสนากับวิทยาศาสตร์ มีวิธีการและแนวความคิดที่ขัดแย้งกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทางกายภาพ เช่น
เรื่องการถือกำเนิดขึ้นของทุกสรรพสิ่ง
การกำเนิดขึ้นของมนุษย์ สัตว์ จักรวาล เอกภพ
หรือจะเป็นเรื่องทางพลังงาน
เช่น เรื่องความมีอยู่จริงของวิญญาณ, ภูตผีปีศาจ, สวรรค์,
เทพเจ้า, เทวดา และพระเจ้า ฯลฯ
โดยเฉพาะเรื่องท้ายๆ นี้ ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องเหลวไหลไร้สาระในสายตาของนักวิทยาศาสตร์ทั้งสิ้น สิ่งที่ท่านกำลังจะได้อ่านดังต่อไปนี้ คือการหลอมรวมความรู้ทั้งหมดเข้าไว้เป็นหนึ่งเดียว มันคือจุดบรรจบกันระหว่างวิทยาศาสตร์กับศาสนา (เรื่องของกายภาพกับจิตวิญญาณ) ไว้อย่างลงตัว
ท่านจะได้ล่วงรู้ความลับเกี่ยวกับกลไกการก่อกำเนิดของโลก จักรวาล และเอกภพ ว่ามันเป็นอย่างไร
และสำคัญที่สุดคือ ระบบทั้งระบบมันขับเคลื่อนหรือดำรงอยู่ได้อย่างไร ทั้งหมดนี้ได้ถูกร้อยเรียงและอธิบายผ่านตัวหนังสือในรูปแบบของนวนิยายที่อ่านง่าย ทุกคนสามารถทำความเข้าใจได้ไม่ยาก
หนังสืออารียา เมตายา จักรพรรดิพันมือพันศีรษะ เล่ม 2
เป็นเวลาหลายปีมาแล้วที่ผมเริ่มเขียนนวนิยายเล่มนี้ แต่ก็ไม่ยอมที่จะเขียนให้เสร็จ ทั้งๆ ที่มีเสียงเพรียกจากภายในปลุกเร้าอยู่ตลอดเวลา ผมตั้งคำถามมากมายกับตัวตนภายในว่า จำเป็นมากแค่ไหน สิ่งนี้จะเกิดประโยชน์อย่างไรและกับใครบ้าง ซึ่งสุดท้ายผมก็ต้องยอมรับเหตุผลของเขา และหลังจากที่เขียนเสร็จ ผมยังก็ลังเลอย่างมากที่จะเผยแพร่มันออกไป
สิ่งที่ท่านจะได้อ่านดังต่อไปนี้ ผมขอยืนยันว่ามันคือนวนิยายที่เกิดจากจินตนาการของคนคนหนึ่งที่เคยมีประสบการณ์ทางจิตแบบ “ไม่ปรกติ” ผมไม่สามารถอธิบายกระบวนการของมันทั้งหมดในเวลาอันสั้น แต่พอจะสรุปที่มาของมันได้ว่า
งานเขียนชิ้นนี้คือผลผลิตของบางสิ่ง ที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้จัก โดยมีผมทำหน้าที่เรียบเรียงมัน หากถามว่าสิ่งนี้คืออะไร ผมขอนิยามแบบง่ายๆ ว่ามันคือ “ความประสงค์” ของจิตจิตหนึ่งที่ดำรงเป็นหนึ่งเดียวกับผมมาตลอด เพียงแต่เรามักจะไม่ให้ความสำคัญ ซึ่งปัจจุบันผมเรียกขานจิตนี้ว่า “จิตอันประเสริฐ”
ที่ผ่านมาผมเคยนำเอากระบวนการลักษณะนี้มาใช้บ้าง โดยเฉพาะกับช่วงเวลาทำงานศิลปะ เพียงแต่ครั้งนี้มันมีความแตกต่างกันในรายละเอียดอย่างน่าอัศจรรย์ เพราะบางครั้งมันประกอบด้วยข้อมูลที่สามารถเทียบเคียงจนนำไปสู่ความน่าจะเป็น หลายครั้งที่ปรากฏเป็นภาพของความรู้ใหม่ที่ผมไม่เคยรู้มาก่อน จนผมเกิดความสงสัยว่ามีใครเคยพูดหรือเขียนเรื่องนี้ไว้บ้าง และนำไปสู่การสืบค้นทั้งจากอินเตอร์เน็ตและจากการไปพิสูจน์ด้วยตัวเอง ซึ่งส่วนใหญ่มักจะมีเรื่องบังเอิญมากเสียจนผมไม่เชื่อว่ามันคือความบังเอิญ
ตามที่เคยตั้งคำถามกับตัวตนภายในไว้ว่า สิ่งนี้จำเป็นมากแค่ไหน และจะเกิดประโยชน์อะไรกับใครบ้าง ผมจึงขออนุญาตใช้โอกาสนี้ให้ผู้อ่านทุกท่านเป็นผู้ตอบหลังจากที่อ่านมันจบแล้ว แต่ในฐานะของผู้เขียน ซึ่งได้ตั้งสัจจาธิฐานกับตัวตนภายในไว้ว่า หากสิ่งนี้จะเป็นประโยชน์ผมยินดีและเต็มใจให้ตัวผมเป็นสื่อกลาง เพื่อให้ผู้ที่ได้เห็นมัน สามารถนำไปรังสรรค์สิ่งประเสริฐให้เกิดเป็นมงคลกับชีวิตและสังคมต่อไป แต่หากมีสิ่งใดที่เห็นว่าไร้ความหมายไร้ประโยชน์ ก็ขอให้คิดเสียว่าได้อ่านนิยายแปลกๆสักเรื่องหนึ่งก็พอ
สุดท้ายก่อนที่เราจะได้ไปพบกันในโลกแห่งจินตนาการผ่านเรื่องราวของตัวละคร ด้วยเหตุว่าในความเป็นจริงผมไม่สามารถอธิบายทุกสรรพสิ่งให้ทุกคนเข้าใจได้เหมือนกับที่ผมเข้าใจ ซึ่งผมก็เชื่อมั่นมาตลอดว่า มันจะต้องมีกรรมวิธีอะไรสักอย่าง ที่ไม่จำเป็นต้องสาธยายความรู้ทั้งจักรวาล ทุกคนก็สามารถเข้าใจสิ่งเดียวกันได้ เพราะเราต่างมีสิทธิ์เข้าสู่การรู้นั้นด้วยตนเองเหมือนกัน ซึ่งกระบวนการทั้งหมด ได้ถูกร้อยเรียงมาเป็นเรื่องราวที่ท่านกำลังจะได้อ่านนับจากนี้ ขอความเบิกบานจงสถิตกับท่าน
#ต้องมีหนังสือที่ใช่สำหรับเราในช่วงเวลาหนึ่ง